• Thai Keto Pal

ที่มาของคีโตและหลักฐานตอกหน้าความเชื่อโบราณ


แหม วันนี้ว่าจะชิลๆเขียนเรื่องคีโตเจนนิกกับนักกล้ามซะหน่อย ดันมีเรื่องให้หัวร้อนเพราะไปอ่านคอมเมนท์ในอีกกลุ่มว่า"ไม่กินแป้งเลยจะไม่มีภูมิคุ้มกัน"

อันแรกเลย แป้งไม่ได้สร้างภูมิคุ้มกันนะป้า ถ้าบอกว่าไม่กินผักผลไม้เลยยังจะน่าเชื่อกว่า พาลให้นึกถึงความเชื่อโบราณๆหลายอย่างเกี่ยวกับโภชนาการ ที่"เค้าบอกว่า" อยากถามว่า"เค้า"คือใคร มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ไหม "ชั้น"นี่แหละ จะเอาหลักฐานมาให้คุณๆไปยันกับความเชื่อโบราณ มา!ตามมา!😤

Ketogenic diet หรืออาหารคาร์บต่ำมาก ไขมันสูง และโปรตีนพอประมาณ มีมาตั้งแต่ปี 1920 เพื่อใช้รักษาโรคลมชัก(ลอง Google ดู ผลเยอะมาก สถาบัน Johns Hopkins ถึงกับมี The Ketogenic Diet Center เพื่อรักษาคนไข้ลมชักที่เป็นเด็ก และกล่าวถึงในเวปการแพทย์เช่น http://www.webmd.com/epilepsy/guide/ketogenic-diet ตั้งแต่ปี 1960 เป็นต้นมาก็นำมาใช้สำหรับรักษาโรคอ้วน

หลายสิบปีที่ผ่านมามีการทดลองทางวิทยาศาสตร์มากมายที่สนับสนุนผลของคีโตเจนิคที่นอกเหนือจากรักษาลมชักและลดความอ้วน แต่ยังมีผลดีในโรคอื่นๆด้วย (แปลและสรุปจาก European Journal of Clinical Nutrition ซึ่งรวบรวมผลการทดลองไว้ประมาณ 107 การทดลอง)

โรคที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์สนับสนุนแน่นมากกกก

  • โรคอ้วน: หลักการเรารู้อยู่แล้วว่าใช้ไขมันเป็นพลังงานแทนกลูโคส แต่เอฟเฟกที่ทำให้ได้ผลดีคือ

1.ลดความอยากอาหารจากผลต่อฮอร์โมนควบคุมความหิว/อิ่ม และผลโดยตรงจากคีโตน 2.ลดการสร้างไขมันและเพิ่มการสลายไขมัน 3.เพิ่มเมตาบอลิซึมของการใช้ไขมัน 4.ทำให้การสังเคราะห์กลูโคสจากอาหารที่ไม่ใช่คาร์บเป็นไปได้ยากขึ้น

  • โรคลมชัก: อันนี้อธิบายยากเล็กน้อยเพราะจะวิชาการจ๋า เอาเป็นว่ามีผลปรับกลไกสารสื่อประสาทและกดการชัก

  • โรคหัวใจและหลอดเลือด: คีโตเจนนิกทำให้ภาพรวมของไขมันในเลือดดีขึ้น โดยลดไตรกลีเซอไรด์ เพิ่ม HDL เพิ่มขนาดของ VLDL ซึ่งโดยรวมทำให้ความเสี่ยงของโรคหัวใจลดลง

  • เบาหวานประเภทที่ 2: อันนี้เล่าไปแล้วในโพสต์ก่อน แต่มาเพิ่มว่ามีการทดลองเยอะมาก และมีการทดลองในระยะยาวคือ 56 สัปดาห์ที่ปรากฎว่าผลทางเลือดมาก่อนน้ำหนักลดซะอีก

นักวิทยาศาสตร์สรุปว่าผู้ป่วยเบาหวานประเภทที่ 2 และผู้ป่วยโรคทางต่อมไร้ท่อ (metabolic syndrome)ได้ประโยชน์จากคีโตเจนนิก ไม่ใช่แค่เพราะไม่กินน้ำตาล แต่ระบบการตอบสนองต่ออินซูลินดีขึ้นด้วย (คนเป็นเบาหวานดื้อต่ออินซูลิน)

โรคที่คีโตเจนนิกได้ผลดี จากหลักฐานผุดใหม่จากการทดลอง ต้องทดลองเพิ่ม

  • ลดสิว: ลดความรุนแรงและการลุกลามของสิว

  • มะเร็ง: เพราะผลในการทำให้เซลมะเร็งขาดน้ำตาลทำให้ลดการเติบโตของเซลมะเร็ง คีโตเจนิคจึงอาจเป็นผลดีในมะเร็งบางชนิดซึ่งต้องศึกษาเจาะลึกไปอีก

  • polycystic ovary syndrome (ถุงน้ำรังไข่หลายใบ): อาการของโรคคือ มีฮอร์โมนเพศชายสูง, รังไข่ไม่ทำงาน, อ้วน, ดื้ออินซูลิน และมีลูกยาก คีโตเจนิคช่วยเรื่องดื้ออินซูลิน ลดน้ำหนัก ทำให้ฮอร์โมนเพศชายที่ผิดปกติลดลง และเพิ่มการทำงานของรังไข่ ซึ่งช่วยลดหลายๆอาการของโรค

  • โรคทางระบบประสาท: เช่น ไมเกรน, อัลไซเมอร์, พาคินสัน, นอนไม่หลับ, มะเร็งสมอง, ออทิสติก, และโรคปลอกประสาทอักเสบ(multiple sclerosis) แม้โรคจะต่างกันแต่มีจุดร่วมกันที่คีโตเจนนิกอาจให้ผลดีคือโรคพวกนี้มีความผิดปกติของการใช้พลังงานภายในเซลประสาท กลไกยังไม่แน่ชัด แต่มีหลากหลายกระบวนการ ไว้มาเล่าวันหลัง วันนี้วิชาการมามากละ เหนื่อย😅

การทดลองที่สรุปว่าคีโตเจนนิกมีผลเสียล่ะ?

มีแต่ข้อถกเถียงกันเรื่องโปรตีนขนาดสูงจะทำลายไต แต่หลายๆการทดลองก็แย้งว่าไม่จริง แล้วอย่าลืมว่าคีโตเจนิคให้กินโปรตีนกลางๆ

การทดลองของหลายๆโรคข้างต้นก็ไม่มีผลเสียของคีโตเจนิคแม้จะทดลองเป็นเวลานานๆ

ป้าเอาอะไรมาพูดเหรอที่ว่าไม่กินแป้งจะไม่มีภูมิคุ้มกัน มีหลักฐานไหม

ระบบภูมิคุ้มกันของเราจะดีขึ้นจากการกินอาหารที่มีไขมันโอเมก้า 3, ผักและผลไม้, ถั่วและธัญพืช ซึ่งคีโตเจนิคเรากินไขมันดี ผัก และถั่วเยอะมาก มากกว่าคนอัดข้าวแล้วไปต่อด้วยบิงชูอีก(ก็กินถั่วเป็นขนมแทนอ่ะ)😂😂

วันนี้ยาว และอ่านยากหน่อยนะคะ แต่หวังว่าจะช่วยคุณอธิบายคนที่ไม่เข้าใจการไม่กินแป้ง และกินไขมันเยอะของพวกเราได้😉

ไอซ์ คีโตพาว เภสัช มหิดล รุ่น25